MDRTB

PDF

นิพนธ์ต้นฉบับ
Original Article

โครงการประเมินผลการรักษาผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาหลายขนานชนิดรุนแรงมาก (XDR-TB), ผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาหลายขนานชนิดรุนแรง (pre XDR-TB) และผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาหลายขนานที่รักษายาก (difficult to treat MDR-TB) ที่ขึ้นทะเบียนรักษาด้วยสูตรยารายการใหม่ ปีงบประมาณ 2559-2561

ผลิน กมลวัทน์ พ.บ.
กองวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

บทคัดย่อ

ปี พ.ศ. 2561 องค์การอนามัยโลกได้กำหนดแนวทางในการรักษาผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาหลายขนาน โดยแบ่งยาในการรักษาเป็น 3 กลุ่ม การรักษาใช้ยารักษาตัวใหม่และสูตรยาใหม่เพื่อเพิ่มอัตราการหายและลดอัตราการเสียชีวิตจากวัณโรค เช่น bedaquiline, delamanid หรือนำยาที่มีข้อบ่งชี้ในการรักษาโรคอื่นมาใช้ (off-label use) เช่น linezolid, clofazimine  การใช้ยาต้องมีระบบการเฝ้าระวังความปลอดภัยจากการใช้ยาเชิงรุก (active drug safety monitoring and management: aDSM)การศึกษานี้เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลรักษาผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาหลายขนาน
ผลการศึกษา พบว่าปีงบประมาณ 2559-2561 มีผู้ป่วย XDR-TB/preXDR-TB/difficult to treat MDR-TB ทั้งหมด 56 ราย ผู้ป่วยที่ศึกษาส่วนใหญ่เป็นเพศชาย 37 ราย (ร้อยละ 66.1) มีอายุอยู่ระหว่าง 41-50 ปี จำนวน 18 ราย (ร้อยละ 32.1) โรคประจำตัวที่พบมากที่สุด คือเบาหวาน 25 ราย (ร้อยละ 86.2) และแบ่งประเภทผู้ป่วยตามผลการทดสอบความไวต่อยาคือผู้ป่วย XDR-TB 30 ราย (ร้อยละ 51.9), ผู้ป่วย pre XDR-TB จำนวน 22 ราย (ร้อยละ 40.7) และผู้ป่วย difficult to treat MDR-TB จำนวน 4 ราย (ร้อยละ 7.4) ในจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด 56 ราย สูตรยาที่ใช้ในการรักษามากที่สุดคือสูตร: 6Cm-Bdq-Mfx-Lzd-Cfz/14-18 Mfx-Lzd-Cfz 34 ราย (ร้อยละ 60.7), รองลงมาคือสูตร: 6Cm-Bdq-Lzd-Cfz/14-18 Lzd-Cfz 10 ราย      (ร้อยละ 17.1) จากการรักษาพบว่าอาการไม่พึงประสงค์ที่พบมากที่สุด คือมีค่า creatinine ในเลือดสูง 31 ราย (ร้อยละ 57.4) รองลงมา คือ อาการคลื่นไส้อาเจียน พบ 25 ราย (ร้อยละ 46.3) และคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ (QT prolong/abnormal EKG) 14 ราย (ร้อยละ 25.9) อัตราผลสำเร็จการรักษาผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาหลายขนานในปีงบประมาณ 2559, 2560 และ 2561 คือ ร้อยละ 75.0, 81.3 และ 87.5 ตามลำดับ และเมื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประเภทการดื้อยาของผู้ป่วยกับผลการรักษาของผู้ป่วยในแต่ละประเภท พบว่าไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p >0.05)
ผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว ควรมีการประเมินติดตามอย่างต่อเนื่องทุก 6 และ 12 เดือนหลังการรักษาหาย การรักษาวัณโรคดื้อยาต้องใช้ระยะเวลาในการรักษานาน และอาศัยการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยบุคลากรทางการแพทย์6  ดังนั้นระบบการให้คำปรึกษาให้ผู้ป่วยเข้าใจตัวโรคและการรักษารวมทั้งการใช้ยาเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เกิดความร่วมมือของผู้ป่วย รวมทั้งเพิ่มอัตราการรักษาหายมากขึ้น

Read More

Thai Guidelines

แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษา โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) พ.ศ. 2568สมาคมโรคติดเชื้อฯ
สมาคมอุรเวชช์ฯ
สมาคมเวชบำบัดวิกฤตฯ
ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ
ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ
แนวเวชปฏิบัติ การวินิจฉัยและรักษา ภาวะปอดเป็นพังผืดชนิดลุกลามในผู้ใหญ่ พ.ศ. 2567สมาคมอุรเวชช์ฯ
แนวทางการวินิจฉัยและบำบัด โรคหืดในผู้ใหญ่
สำหรับอายุรแพทย์และแพทย์ทั่วไปในประเทศไทย
พ.ศ. 2566
สมาคมอุรเวชช์ฯ
ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย
แนวทางการวินิจฉัยและรักษา โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง พ.ศ. 2565สมาคมอุรเวชช์ฯ
ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย
แนวเวชปฏิบัติ การรักษาด้วยยาในโรคปอดอินเตอร์สติเชียล จากโรคกล้ามเนื้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในผู้ใหญ่ พ.ศ. 2565สมาคมอุรเวชช์ฯ
สมาคมรูมาติสซั่มฯ
คำแนะนำสำหรับการวินิจฉัยและรักษา กลุ่มอาการอ้วนหายใจต่ำในประเทศไทย สำหรับผู้ใหญ่ พ.ศ. 2565
แนวทางการเลือกใช้ สูตรยารักษาวัณโรคดื้อยา ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2563กองวัณโรค
กรมควบคุมโรค
Executive Summary Thai Pulmonary Hypertension Guidelines 2020
แนวทางมาตรฐานการดูแลรักษา ผู้ป่วยโรคปอดเป็นพังผืดชนิดไม่ทราบสาเหตุ พ.ศ. 2564สมาคมอุรเวชช์ฯ
แนวทางการตรวจวินิจฉัย รักษาและติดตามผู้ป่วย systemic sclerosis-associated interstitial lung disease (SSC-ILD) พ.ศ. 2564สมาคมอุรเวชช์ฯ
สมาคมรูมาติสซั่มฯ
สมาคมโรคระบบการหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็ก
ชมรมโรคข้อและรูมาติสซั่มในเด็ก
tb_cpg61แนวทางการวินิจฉัยและการดูแลรักษา ผู้ป่วยวัณโรค ในประเทศไทย
พ.ศ. 2561
กระทรวงสาธารณสุข
สมาคมโรคติดเชื้อฯ
สมาคมอุรเวชช์ฯ
สมาคมปราบวัณโรคฯ
คำแนะนำเรื่องการวินิจฉัยและรักษา การติดเชื้อวัณโรคระยะแฝง (Latent Tuberculosis Infection) พ.ศ. 2562กองวัณโรค
กรมควบคุมโรค
แนวทางการรักษาผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาหลายขนาน ด้วยสูตรยาระยะสั้น 9 เดือนสำนักวัณโรค
กรมควบคุมโรค 
กระทรวงสาธารณสุข
แนวทางการควบคุมวัณโรคประเทศไทย
พ.ศ. 2561
สำนักวัณโรค
กรมควบคุมโรค 
กระทรวงสาธารณสุข
แนวทางการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องสไปโรเมตรีย์สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทยฯ